สาส์นจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2563 มีความท้าทายใหม่ๆ จากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของ Novel Corona Virus ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและต่อตลาดทุน เศรษฐกิจไทยลดลง 6.6% ขณะที่ SET Index ดิ่งลงเป็นระยะๆ รวมทั้งเกิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ถึงสองครั้ง ทั้งหมดนี้สร้างความผันผวนที่ผิดปกติ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหลักทรัพย์ แต่ยังส่งผลให้สภาพคล่องพุ่งสูงขึ้นตามอีกด้วย ในขณะเดียวกัน ผลของการ Lockdown ทั่วประเทศที่กระทบต่อชีวิตประจำวัน รวมถึงด้านการลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนใช้เวลาออนไลน์มากขึ้นและเพิ่มกิจกรรมการซื้อขายออนไลน์ ปี 2563 จึงเป็นปีที่ยุทธศาสตร์ของบริษัทที่เน้นการซื้อขายออนไลน์ได้สัมฤทธิผลจาก Finansia HERO ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ของบริษัทฯ ควบคู่กับแพลตฟอร์มเปิดบัญชีออนไลน์ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น Call center ที่มีประสิทธิภาพ และแคมเปญการตลาดเชิงรุก สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ได้เป็นจำนวนที่สูงเป็นประวัติการณ์

  • ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 22,000 ราย
  • สัดส่วนลูกค้าที่ Active ถึง 40% ของบัญชีลูกค้าทั้งหมด
  • ปริมาณการซื้อขายออนไลน์มากถึง 70% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด
  • ส่วนแบ่งการตลาดโดยรวม 6% เป็นอันดับ 3 ในอุตสาหกรรม

การเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายบุคคลของบริษัทฯ ในระหว่างปีหมายถึงส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้นในส่วนนักลงทุนรายบุคคล ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่าเป็นการเติบโตที่สูงสุดในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ในปี 2563 ฝ่าย E-Business Technology ของบริษัทฯ ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันมือถือ Finansia HERO เวอร์ชันใหม่ซึ่งรวมฟังก์ชั่นสแกนหุ้นแบบเรียลไทม์เข้ากับแพลตฟอร์มการซื้อขายอัจฉริยะที่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติหลายรูปแบบ ทำให้เป็นเครื่องมือการซื้อขายที่ทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรม

ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงสามารถพลิกผลประกอบการทางการเงินกลับมามีกำไร 81.9 ล้านบาท หลังจากขาดทุนติดต่อกัน 2 ปี เนื่องจากในปีก่อน ๆ การดำเนินธุรกิจถูกจำกัดด้วยต้นทุนการพัฒนาด้าน IT ที่หนักหน่วงท่ามกลางสภาวะตลาดที่ย่ำแย่ อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่านายหน้าของบริษัทฯ ในปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 1,315 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน รายได้จากดอกเบี้ยและกำไรจากการซื้อขายเป็นส่วนเล็กน้อย เนื่องจากนโยบายของบริษัทฯ ในการจำกัดการปล่อยสินเชื่อและจำกัดความเสี่ยงจากการลงทุน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.14 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ธุรกิจด้านวาณิชธนกิจสร้างรายได้ 75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน โดยมีการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO 3 ตัวหลัก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจนักลงทุนสถาบันและ Wealth Management อย่างต่อเนื่อง

ในด้านการบริหารจัดการต้นทุน บริษัทฯ ได้ปรับลดจำนวนพนักงานขายจาก 464 คนเป็น 433 คน และลดจำนวนสาขาจาก 28 สาขาเป็น 25 สาขาในระหว่างปี และบริษัทฯ ยังปรับนโยบายเพื่อให้พนักงาน Front office กว่า 80% สามารถทำงานนอกสถานที่ได้ ซึ่งได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก และบริษัทฯ หวังว่าจะคงนโยบายนี้ไว้ต่อในอนาคต

อย่างไรก็ดีคณะกรรมการบริษัทฯ และฝ่ายบริหาร ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านสำหรับความอดทน และการสนับสนุนตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ สามารถอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีและทีมงาน E-Business ที่เหนือกว่าคู่แข่งและขีดความความสามารถในการคว้าโอกาสในการเติบโตต่อไปในอนาคต

ชัชวาลย์ เจียรวนนท์
ประธานกรรมการ

2021-10-19T18:47:08