สาส์นจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2560 ภาวะตลาดค่อนข้างซบเซาเกือบตลอดทั้งปี ยกเว้นในช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงร้อยละ 4.1 และลดลงร้อยละ 18.8 ในส่วนของนักลงทุนรายบุคคลโดยมูลค่าซื้อขาย ร้อยละ 78 ของบริษัทฯ นั้น เป็นมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้ารายบุคคล ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ลดลงร้อยละ 19 และส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทฯ ลดจากร้อยละ 5.61 ในปี 2559 เหลือร้อยละ 5.00 ในปี 2560 ขณะเดียวกันอันดับส่วนแบ่งการตลาดตกลงมาหนึ่งอันดับ เป็นอันดับที่ 4 ของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งการตลาดการซื้อขายออนไลน์ของบริษัทฯ ยังคงอยู่อันดับที่ 2 ที่ร้อยละ 7.4 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในส่วนลูกค้ารายบุคคลของเรา

อัตราค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยในปี 2560 ลดลงจากร้อยละ 0.10 ในปี 2559 เหลือร้อยละ 0.09 ในปี 2560 สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจนี้ อันเป็นผลมาจากมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงและการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจที่หันมาให้ความสำคัญกับการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น

บริษัทฯ มีมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติร้อยละ 19 ในปี 2560 ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2559 และสอดคล้องกับสัดส่วนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขณะเดียวกัน สัดส่วนการซื้อขายของบริษัท ฯ จากส่วนของลูกค้าสถาบัน เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 ในปี 2560 และเท่ากับร้อยละ 4 ของรายได้ค่านายหน้าทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ กำลังพยายามทำการปรับเปลี่ยนเพื่อขยายสายงานค้าหลักทรัพย์ลูกค้าสถาบันนี้

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทฯ มีผู้แนะนำการลงทุน 511 ราย ลดลงจากสิ้นปี 2559 ที่มี 564 ราย ด้านสาขา ได้ลดจำนวนลง 3 สาขา เหลือ 32 สาขา โดยเป็นสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 14 สาขา และเป็นสาขาต่างจังหวัด 18 สาขา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มดิจิทัลในยุคปัจจุบัน

รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจอยู่ที่ 93 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จากปี 2559 โดยบริษัทฯ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายจำนวน 4 ราย ได้แก่ บมจ. ริช สปอร์ต บมจ. ฮิวแมนิก้า บมจ. ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง และบมจ. อินฟอร์เมชั่น แอนด์คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส ซึ่งสามารถระดมทุนได้กว่า 2,543 ล้านบาท

บริษัทฯ ได้เริ่มทำธุรกิจใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ เมื่อกลางปี 2559 และก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักของธุรกิจนี้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยธุรกิจการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์นี้ สามารถทำกำไรได้ 79 ล้านบาท หรือประมาณครึ่งหนึ่งของกำไรจากการค้าหลักทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งกำไรจากการค้าหลักทรัพย์นี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการค้าเพื่อบัญชีบริษัทฯ เป็นหลัก ความสำเร็จของธุรกิจใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์นั้น เป็นเพราะการมุ่งเน้นใบสำคัญแสดงสิทธิประเภท “out of the money” ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทหลักทรัพย์รายอื่นไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญ

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาเพื่อขายหุ้นที่ถืออยู่ใน SBI Thai Online Securities (“SBITO”) ร้อยละ 45 คืนให้กับ SBI Financial Services Co., Ltd. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท SBITO โดยสัญญาระบุการขายหุ้นที่ถืออยู่ครึ่งหนึ่งในเบื้องต้น ด้วยราคาตามมูลค่าทางบัญชี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 พร้อมกับสิทธิในการขายส่วนที่เหลือหลังจากนั้นอีก 12 เดือนในราคาเดียวกัน สัญญานี้ทำให้บริษัทฯ ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายลงทุนด้อยค่าแบบ one-time ที่มีนัยสำคัญในปี 2560

ช่วงต้นปี 2560 บริษัทฯ ได้แถลงการจดทะเบียนใบอนุญาตระบบซื้อขายออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของเกาหลีใต้ คือ Kiwoom Securities โดย Kiwoom มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของประเทศเกาหลีใต้ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ระบบนี้จึงเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของบริษัทฯ และได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับภาวะตลาดของไทย โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งในปี 2560 บริษัทฯ ได้มีการลงทุนเพิ่มเติมในด้านของอัตรากำลังคนสำหรับโครงการนี้ โดยการขยายแผนก IT และตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเทคนิคและการตลาดของ “E-Business” ระบบซื้อขายนี้ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าออนไลน์ ทั้งนี้ ระบบใหม่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อดึงดูดลูกค้าออนไลน์รายใหม่ๆ เข้ามา เพราะการซื้อขายออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมของนักลงทุนรายบุคคลในประเทศไทย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 89 ของนักลงทุนกลุ่มนี้

ในตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ เป็นผู้นำในการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของเวียดนามแก่นักลงทุนไทย ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นจากการนำเสนอบริการการซื้อขายออนไลน์ในเดือนมกราคม 2561 โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท VN Direct ที่มีความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำของบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศเวียดนามที่มุ่งเน้นการทำธุรกรรมออนไลน์

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยงองค์กร จึงเพิ่มอัตรากำลังคนในส่วนของฝ่ายกำกับและฝ่ายบริหารความเสี่ยง เพื่อรองรับกับความหลากหลายทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น

ตลอดปี 2560 นั้น บริษัทฯ ได้กระจายความหลากหลายของรูปแบบธุรกิจผ่าน build-out ที่ทำให้ธุรกิจวาณิชธนกิจ การค้าหลักทรัพย์เพื่อบัญชีบริษัทฯ และธุรกิจใบสำคัญแสดงสิทธิตราสารอนุพันธ์ของเราประสบความสำเร็จ เป็นผลให้บริษัทฯ ลดการพึ่งพาธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนรายบุคคลแบบเดิมๆ ไปได้ ในขณะเดียวกัน ได้ขยายขนาดและขอบเขตของภาพรวมธุรกิจทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลให้บริษัทฯ มีรากฐานที่แข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้น

ปี 2561
วัตถุประสงค์หลักในปี 2561 มีดังนี้ (i) ประสบความสำเร็จในการเปิดให้บริการระบบซื้อขายออนไลน์จาก Kiwoom ในเดือนมีนาคม 2561 (ii) เพิ่มรายได้จากธุรกิจใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์และ การค้าหลักทรัพย์เพื่อบัญชีบริษัทฯ โดยการจัดสรรเงินทุนแก่ธุรกรรมเหล่านี้ให้มากขึ้น และนำเสนอเครื่องมือการซื้อขายแบบ algorithm (iii) การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ หุ้นกู้อนุพันธ์ (Equity Linked Notes) (iv) การปรับเปลี่ยนสายงานลูกค้าสถาบัน (v) เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง เพื่อรองรับการใช้เงินทุนของบริษัทฯ ที่อาจมีความหลากหลายมากขึ้น วัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นนี้ จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายขอบเขตและเข้าถึงธุรกิจต่างๆ ได้ เพื่อเพิ่มพูนรายได้และกำไรในภายภาคหน้า

ชัชวาลย์ เจียรวนนท์
ประธานกรรมการ